去年首次到訪金山寺後,它就成了我在曼谷最喜歡的佛寺。登頂後的景色非常美麗,沿著階梯往上爬的同時,也能一邊欣賞周圍的風景。當時去的時候剛好人不多,便有種曼谷世外桃源的感覺。
想起第一次看到金山寺的外觀時,就被它獨特的螺旋階梯設計給吸引,但從文中的照片看來,它似乎還曾有過一條筆直的階梯?實在相當有趣,也讓我好想趕快再去一趟金山寺,找找看它的蹤跡🥹
※完整譯文內容如下,全文譯自 Silpa:
在金山寺看見了「筆直的階梯」,或者說陡峭的階梯。
ภาพจากหอจดหมายเหตุแห่งชาติ ชุด ภ.WH ไม่มีรายละเอียด เป็นภาพถ่ายทางอากาศโดย ปีเตอร์ วิลเลียมส์ ฮันท์ (Peter Williams Hunt) นักบินฝ่ายสัมพันธมิตร
來自國家檔案館編號 ภ.WH 的照片,沒有其他詳細說明,是一張由盟軍飛行員彼得.威廉斯.漢特(Peter Williams Hunt)從空中拍攝的照片。
แลเห็นบรมบรรพตหรือภูเขาทอง พระวิหาร พระอุโบสถในวัดสระเกศ และบริเวณโดยรอบ เช่น ถนนราชดำเนิน สะพานผ่านฟ้าลีลาศ สะพานมหาดไทยอุทิศ วัดราชนัดดา วัดเทพธิดา ถนนบำรุงเมือง แม่น้ำเจ้าพระยา และสถานที่สำคัญๆ อีกมากมาย
照片中可見帕博隆班波(Phra Borom Banphot),或稱金山(The Golden Mount),與薩格寺(Wat Saket,又稱金山寺)的佛堂、大雄寶殿,以及周邊區域,例如拉差丹能路(Ratchadamnoen Avenue)、潘法利拉橋(Phan Fa Lilat Bridge)、瑪哈泰烏提橋(Mahat Thai Uthit Bridge)、王孫寺(Wat Ratchanatdaram)、貼提達拉寺(Wat Thepthidaram)、芒崙曼路(Bamrung Mueang Road)、昭披耶河(Chao Phraya River),與其他許多重要的地標。
ขอบล่างของภาพมีวันเดือนปีที่ถ่ายคือ 20 MAR 46 หรือวันที่ ๒๐ มีนาคม ค.ศ. ๑๙๔๖ พ.ศ. ๒๔๘๙
照片下方標有拍攝日期為 20 MAR 46,即佛曆 2489 年(西元 1946 年)3 月 20 日。
จุดที่น่าสนใจของภาพซึ่งตั้งใจจะชี้ชวนให้ชมครั้งนี้คือบันไดแบบตรงทางด้านทิศใต้ของภูเขาทอง ซึ่งไม่ค่อยมีใครถ่าย ไม่ค่อยมีใครพูดถึง
照片中的有趣之處,也就是這次特別指出來讓大家欣賞的,是金山南側的筆直階梯。幾乎沒什麼人拍攝,也不太有人提及。
ภูเขาทองเริ่มสร้างในรูปภูเขาเมื่อสมัย ร.๔ มีบันไดเวียนขึ้นลงสองด้าน ส่วนบันไดตรงนั้นไม่ทราบแน่ว่าสร้างพร้อมบันไดเวียนหรือไม่ เคยพบในเรื่อง “ภูเขาทอง” หนังสือวชิรญาณวิเศษ เล่ม ๖ ร.ศ. ๑๐๙ พ.ศ. ๒๔๓๓ หอสมุดแห่งชาติว่า ในงาน พ.ศ. ๒๔๓๓ นั้น มีการจุดไฟโคม “ปักตามเชิงเขาพื้นล่างที่บันไดเวียน แลบันไดตรงนั้นตามตะเกียงเปนระยะตลอดขึ้นไปจนถึงชั้นบน…” ดูงดงามยิ่งนัก นี่แสดงว่าบันไดตรงมีมาอย่างน้อยตั้งแต่สมัย ร.๕ แล้ว
金山是在拉瑪四世時期,以山的形狀開始建造,兩側設有上下的螺旋階梯;至於那條筆直的階梯,不確定是否與螺旋階梯同時建造。我曾在國家圖書館的藏書《Wachirayanwiset》第六冊(拉達那哥欣曆 109 年,佛曆 2433 年,西元 1890 年)的〈金山〉一文中看到這段文字:在佛曆 2433 年(西元 1890 年)的活動中,有點燈的景象,「沿著螺旋階梯的山腳處開始插著燈籠,筆直階梯則每隔一段距離,點燃一個油燈,一路向上至山頂…」,看起來十分美麗。這代表著,筆直階梯至少在拉瑪五世時期就已經存在。
ผู้เขียนสนใจบันไดตรงก็เพราะดูเหมือนเมื่อ พ.ศ. ๒๕๓๘ ได้หนังสือนิราศบรมบรรพต แต่งโดยพระพินิจหัดถการ (ชื่น เข้าใจว่านามสกุล สาริกบุตร) พิมพ์เมื่อ พ.ศ. ๒๔๖๗ มาเล่มหนึ่ง ในหน้า ๑๐ เขียนถึงบันไดตรงว่า เคยมีคนตกลงมาตาย จึงทำให้อยากรู้อยากเห็นบันไดชันขึ้น กลอนหน้า ๑๐ นั้นกล่าวว่า
我之所以對這段筆直階梯感興趣,是因為在佛曆 2538 年(西元 1995 年),我得到了一本名為《Nirat Borom Banphot》的書籍,作者為帕披尼哈塔甘(พระพินิจหัดถการ)【本名為襯(ชื่น),據了解其姓氏為薩里克布(สาริกบุตร)】,並於佛曆 2467 年(西元 1924 年)出版。如同書中第 10 頁提到了筆直階梯,寫道曾經有人從上面跌落而身亡,因此更讓我對這段陡峭的階梯感到好奇。第 10 頁的詩句寫到:
“ล่วงหนทางมาถึงหว่างบรรไดเวียน
「越過一段路來到螺旋階梯之間,
เปนที่เตียนชั้นกว้างหนทางใหญ่
是廣大的空地與寬闊的通道,
มีทางแยกที่ตัดลัดขึ้นไป
有一條能夠抄近路往上走的岔路,
เปนบรรไดตรงชันชั้นน่ากลัว
那是一條筆直又陡峭、令人恐懼的階梯。
ไม่มีใครขึ้นลงที่ตรงนั้น
沒有人在那條路線上下行走,
ที่สำคัญใครดูก็รู้ทั่ว
重要的是,誰看了都心知肚明,
ต้องเอาไม้ปิดกันกั้นเปนรั้ว
必須用木頭將其封起作為圍欄,
อยู่จนชั่วเดี๋ยวนี้มีจริงๆ
直到如今,圍欄仍確實存在。
แต่ก่อนนั้นตกตายเปนหลายคน
以前有許多人跌落並喪命,
ตั้งแต่บน ตกตรง ลงมากลิ้ง
從上方直墜,一路翻滾而下,
มือจะคว้าจับอะไร ไม่ได้จริง
雙手根本抓不住任何東西,
ก็แน่นิ่งพอถึงล่างก็วางวาย
到了下方已一動不動地身亡。
๐ ฉันนิ่งนึกตรึกตรมอารมย์หมอง
๐ 我靜靜地思考著,帶著悲傷,
ภูเขาทองสูงใหญ่น่าใจหาย
金山高聳巨大,令人心驚,
ใครพลั้งแล้วก็คงต้องถึงตาย
誰若失足,恐怕就會喪命,
อย่านึกหมายว่าจะได้เห็นใจกัน…”
別指望會得到他人的憐憫…」
แปลว่าบันไดตรงมีความชันค่อนข้างมาก ผู้เขียนคิดว่าคงคล้ายๆ กับบันไดขึ้นชั้นบนสุดของพระปรางค์วัดอรุณฯ ซึ่งหากไม่มีราวบันไดให้เกาะ คนทั่วไปก็คงยากที่จะปีนขึ้นลงได้
這意味著,那段筆直的階梯相當陡峭,我認為它可能與鄭王廟主塔通往最上層的階梯相似,如果沒有扶手可以抓著,一般人恐怕難以上下攀爬。
ได้เคยไปถามพระที่วัดสระเกศดูเมื่อวันศุกร์ที่ ๔ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๓๙ ท่านว่าเคยมีบันไดตรงจริง แต่ท่านไม่สนใจรายละเอียด ผู้เขียนเองจึงพลอยคิดไปว่าคงถูกรื้อเสียหมดเมื่อคราวซ่อมใหญ่ พ.ศ.๒๔๙๓-๒๔๙๗ กระมัง จนเมื่อวันจันทร์ที่ ๓๐ พฤศจิกายน ๒๕๔๑ ผู้เขียนมีความจำเป็นต้องไปปีนภูเขาทองเพื่อการอ่านภาพเก่าชุดหนึ่ง ขาลงจึงได้สังเกตพบว่าด้านทิศใต้ของภูเขาทอง มีบันไดชันช่วงหนึ่งปรากฏอยู่ราว ๒๐ ขั้น ปลายบนสุดอยู่ตรงศาลาอินทรครรชต ปลายล่างถูกตัดให้ขาดด้วน นี่เชื่อว่าต้องเป็นส่วนที่เหลือของบันไดตรงซึ่งเคยกังขาแน่
我曾於佛曆 2539 年(西元 1996 年)10 月 4 月星期五,詢問過金山寺的僧侶,他表示確實曾有過這段筆直階梯,但他並未留意細節。於是筆者就推想到,它也許是在佛曆 2493 到 2497 年(西元 1950 到 1954 年)的大規模整修時,被全部拆除的。直到佛曆 2541 年(西元 1998 年)11 月 30 日星期一,我因為需要解讀一組舊照片,而爬上了金山一趟。下山時才注意到,在金山的南側,出現了一段約 20 階的陡峭階梯。最上端位在因塔拉坎察亭(ศาลาอินทรครรชต)處,最下端則被截斷。我相信,這一定就是那令人存疑的筆直階梯所留下的一部分。
ลองเอาภาพถ่ายทางอากาศมาเทียบตำแหน่งดูพบว่าเป็นบันไดตรงจริง แต่บันไดตรงที่สมบูรณ์ต้องสร้างลงไปจนเกือบถึงบันไดเวียนใกล้ระดับพื้นดิน ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นจะทำให้บันไดมีความสูงเป็น ๔๐ กว่าขึ้น คือมีระยะไกลมากขึ้น ความจริงบันไดนี้ อ.จุลทัศน์ พยาฆรานนท์ ผู้สนใจเรื่องเก่าบอกแก่ผู้เขียนเมื่อวันเขียนต้นฉบับ วันอาทิตย์ที่ ๒๗ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๔๑ ว่าท่านเองก็เคยขึ้น มันหวาดเสียวดี ปกติทางวัดเคยเปิด และสมัยก่อนเวลาตักบาตรเทโว พระท่านก็ลงทางนั้น แต่เวลามีงานเทศกาลเช่นงานประจำปี ทางวัดจะปิดทางขึ้นลงเสียเพื่อมิให้คนเบียดเสียดจนพลั้งตก
我試著拿空拍照片來比對位置後,發現確實是那段筆直階梯。但完整的直梯,應該要向下延伸,直到幾乎到達靠近地面的螺旋階梯。若是那樣的話,階梯高度就會達到 40 多階,有著更長的距離。事實上,關於這段階梯,對歷史舊事感興趣的朱拉塔.帕亞格拉農教授(อ.จุลทัศน์ พยาฆรานนท์),曾於佛曆 2541 年(西元 1998 年)12 月 27 日星期天,在我撰寫初稿時,告訴我說,他自己也曾走過那段階梯,它非常地驚險。平時廟方曾開放通行,且過去在德佛布施節(Tak Bat Devo)時,僧侶們也會從那條路徑走下來。但有節慶活動時,例如年度慶典,廟方就會關閉上下通道,以免人群推擠而失足跌落。
บันไดตรงถูกตัดทิ้งให้ขาดด้วนเมื่อปีใดยังระบุไม่ได้ หนังสือประวัติวัดสระเกศที่มีในมือก็ไม่มีที่กล่าวถึงเรื่องนี้
這段筆直階梯是在哪一年被截斷的,目前仍無法確定;而我手中有關金山寺歷史的書籍,也沒有提及這件事。
ภาพถ่ายบันไดตรงยังมีอีกภาพหนึ่ง ถ่ายโดยฮันท์เช่นกัน เป็นภาพถ่ายใกล้เข้าไปอีกนิดหนึ่ง ทำให้เห็นบันไดชันชัดขึ้น แต่ผู้เขียนไม่มีโอกาสไปขอทำสำเนาจึงนำภาพระยะไกลกว่ามาแสดง
筆直階梯的照片還有另一張,同樣由漢特拍攝,是一張距離更近的照片,能更清楚地看見陡峭的階梯。但筆者沒有機會申請複印,因此以這張較遠的照片來展示。
本篇取自 Silpa:https://www.silpa-mag.com/old-photos-tell-the-historical-story/article_7232


















